nitip.at

nitip.at

เอนหลังหนังสือ : One Million ปัญญาหนึ่งถึงร้อยหมื่น

เอนหลังหนังสือ : One Million ปัญญาหนึ่งถึงร้อยหมื่น

Nitipat Lowichakornthikun's photo
Nitipat Lowichakornthikun
·Sep 3, 2018·

1 min read

หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นโดย คุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ซึ่งถ้าหลายคนได้เห็นชื่อหนังสือก็คงคุ้นเพราะตอนนี้เป็นหนังสือที่ฮิตติดลมบนในแผงหนังสือของแต่ละร้านหนังสือ ซึ่งในซีรีย์ของหนังสือนี้จะประกอบไปด้วย Past, Future และ One Million ซึ่งก็คือหนังสือเล่มนี้ที่ผมกำลังจะมาแบ่งปันสิ่งที่ได้เจอมาในวันนี้ครับ

https://web.facebook.com/openbooks2/photos/a.390907489363/10154734634194364/?type=3&theater

สิ่งที่ต้องชมเลยก่อนเปิดหนังสือเล่มนี้ก็คือปกของหนังสือขุดนี้ครับ ที่ออกแบบมาได้เรียบง่ายและดูสวยดี ควรค่าแก่การซื้อมาดอง เอ่ย… หยิบมาอ่านครับ

หนังสือเล่มนี้ได้บอกเล่าเรื่องราวผ่านจุดกำเนิดของสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเกิดขึ้นจากเพียงต้นเหตุมาจากกระสุนนัดเดียวที่ออกไปหมายจะสังหารบุคคลสำคัญ เหตุการณ์นี้มันดันไปเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่พอเหมาะพอเจาะ ส่งผลทำให้เกิดความวุ่นวายอันใหญ่หลวงตามมาจากสงครามครั้งยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นนี้ คุณจะได้เรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ที่แต่ก่อนนั้น ผมล่ะเบื่อมากตอนเรียนเพราะมันขาดสิ่งที่สำคัญ นั่นคือการที่ผมแค่ได้เรียนเพียงว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมาบ้างในจุด ๆ นั้นเพียงอย่างเดียว ไม่ได้มีการเรียงร้อยเรื่องราวให้น่าสนใจได้แบบของหนังสือเล่มนี้ ที่ผู้เขียนเค้าสามารถบรรยายเรื่องราวเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเสมือน Butterfly Effect ที่การกระเพื่อมจากจุดเล็ก ๆ จุดนึงนั้น สามารถส่งผลกระทบกับสิ่งต่าง ๆ รอบด้านได้ ซึ่งก็คือแก่นของ One (1 เรื่องราว) ที่สามารถทำให้เกิดผล Million (มากมายเป็นอนันต์) ตามมาได้

หลายเรื่องนั้นล้วนผ่านการค้นหาข้อมูลมาอย่างรอบด้านเพื่อสร้างความเชื่อมโยงกันในแต่ละจุด เสมือนองค์ความรู้ที่เป็นจุดกระจายกันอยู่ แต่ผู้เขียนทำให้ผู้อ่านสามารถเชื่อมโยงเส้นต่าง ๆ ของแต่ละจุดได้ สิ่งนี้ทำให้เกิดการสอดแทรกเรื่องราวปรัชญา แนวคิดในการดำรงชีวิตมากมายหลายเรื่อง ซึ่งความน่าสนใจอีกอย่างของหนังสือเล่มนี้คือการที่ผู้เขียนได้หยิบยกเอาเหตุการณ์จากประวัติศาสตร์ขึ้นมาประกอบกับการสรุปเรื่องราว ทำให้ทุกเรื่องล้วนดูมีน้ำหนักน่าเชื่อถือมากขึ้นในแนวคิดที่ยกมาในแต่ละประเด็นที่ต้องการถ่ายทอด

สำหรับผมแล้ว หนังสือเล่มนี้ผมจัดอยู่ในประเภท Self improvement อีกเล่ม ที่ใช้การเล่าเรื่องราวผ่านประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้ ซึ่งผมมองว่าก็แล้วแต่ประสบการณ์กับความสนใจของผู้อ่านแต่ละคน ด้วยว่าจะสามารถหยิบเอาเรื่องไหนมาจากหนังสือนี้ได้บ้าง เพราะ หนังสือเล่มนี้มันอัดแน่นในหลายประเด็น เราจะเจอเรื่องราวตั้งแต่อดีต มาถึงปัจจุบัน เรื่องราวจากฝั่งตะวันตก กลับมาสู่ตะวันออก วกกลับมาเข้ามาสู่ประเทศไทย จากนั้นขยับกลับไปยังจุดต่าง ๆ เสมือนเราได้นั่งประตูทะลุมิติของโดเรม่อน ซึ่งผู้เขียนจะพาเราไปท่องโลกใบนี้สู่จุดต่าง ๆ ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้มี เวลา เป็นตัวกำหนด แต่เป็นความเกี่ยวข้องกันในรูปแบบของแนวคิดที่สอดคล้องกัน มีการตัดสินใจเลือกทำลงไปที่คล้ายกัน แม้ว่าถ้าเราอ่านเหตุการณ์นั้นไปผ่าน ๆ ที่ดูเหมือนจะหาความเชือมโยงกันไม่ได้ แต่ผู้เขียนก็สามารถพาเราลากเส้นเชื่อมโยงเข้าหากันซึ่งมันก็มีความคล้ายคลึงกันจนน่าประหลาดใจในหลาย ๆ เหตุการณ์ อาทิ เหตุการณ์ของความที่แต่ละคนมีความเชื่อในรูปแบบของตนเองมากจนทำให้จากเดิม มิตรสหายที่รักกันเพราะสนใจในเรื่องเดียวกัน กับต้องแตกคอกันเพราะ ความเชื่อ ของตนเอง นั่นก็คือ ยุง กับ ฟรอยด์ นักจิตวิทยาชื่อดังของโลก ที่ต่างเริ่มไม่ลงรอยกัน บ่อยครั้งการมี ความเชื่อที่คิดว่าถูกของตนเอง นี่แหละที่นำมาซึ่งผลกระทบมากมายตามมา ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวก็ยังมีหลายคนที่แตกหักกันเพราะ เรื่องการยึดถือในความเชื่อของตนเอง แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันจะทำให้เกิดเรื่องราวไม่ดีไปเสียทั้งหมด เพราะ ก็ยังมีหลายเหตุการณ์ที่มีการใช้ ความเชื่อ มาเป็นเครื่องมือช่วยสร้างอำนาจขึ้นมาเพื่อการหาผลประโยชน์แก่ตนเองได้

สำหรับความสนุกของหนังสือเล่มนี้ คือการได้ท่องไปเรื่อย ๆ ตามจุดเหตุการณ์ และ เราก็จะได้เรียนรู้อะไรจากมันบ้างนั่นก็ขึ้นอยู่กับตัว ผู้อ่าน ที่มีความเชื่อในเรื่องไหนบ้าง? สำหรับเล่มนี้บางคนอาจจะไม่ชอบเพราะมันค่อนข้างล่องลอย มีความจับต้นชนปลายไม่ได้ในบางประเด็นที่ผู้เขียนต้องการถ่ายทอด เพราะ ผู้เขียนนั้นพาเราไปหลายจุดของเหตุการณ์มากเกินไป ซึ่งจุดเด่นของการเล่าเรื่องของเล่มนี้ก็กลับเป็นจุดด้อยแทน มันเลยส่งผลให้การอ่านเล่มนี้ นั้นต้องปล่อยใจให้สงบแล้วค่อย ๆ คิดตามไปอย่างช้า ๆ บางทีผมก็ต้องกลับมาย้อนอ่านใหม่อีกทีในเรื่องราวก่อนหน้า เนื่องจากรื่องราวที่ได้รับมันมาแบบพรั่งพรูซ่ะเหลือเกิน เล่มนี้จึงเป็นหนังสืออีกเล่มเล่มที่ผมอ่านจนจบแล้วรู้สึกสนุกแบบบอกไม่ถูกจากการเล่าเรื่องที่แปลกใหม่ในประสบการณ์อ่านของผมเอง

สรุปจากความเห็นส่วนตัวผมเอง

ราคาและความคุ้มค่าของหนังสือเล่มนี้ เนื่องจากหนังสือมีราคาสูงพอสมควร ดังนั้นก่อนซื้อลองไปยืนอ่านดูซักบทดูครับ ว่าเราจะสามารถอ่านเล่มนี้ได้ไหม เพราะ หนังสือเล่มนี้มันก็เลือกคนอ่านพอสมควร แต่ถ้าคุณรับได้กับการเล่าเรื่องในรูปแบบนี้ของหนังสือนี้ก็จัดไปเลยครับ คุณจะอ่านจนหยุดไม่อยู่และก็จะได้รับแนวคิดที่หลากหลายจากเล่มนี้ซึ่งผมคิดว่าคุ้มค่ามากกับเวลาที่เสียไป

 
Share this