nitip.at

nitip.at

ข้อคิดดี ๆ ที่ได้จากหนังสือ Make Time

ข้อคิดดี ๆ ที่ได้จากหนังสือ Make Time

Nitipat Lowichakornthikun's photo
Nitipat Lowichakornthikun
·Jan 30, 2019·

2 min read

พอดีช่วงปีใหม่ผมได้มีโอกาสพักผ่อนไม่ได้ไปไหน ก็เลยอ่านหนังสือ Make Time แบบรวดเดียวจบ หนังสือเล่มนี้ดีมาก ๆ ซึ่งมัน Practical มากในแง่การใช้งานได้จริง ดังนั้นวันนี้ผมจะมาแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับหนังสือเล่มนี้กันครับ

Make Time by Jake Knapp and John Zeratsky - Make Time: How to Focus on What Matters Every Day - by…
"Make Time" is a new book by Jake Knapp and John Zeratsky, New York Times bestselling authors of "Sprint". It's a…
maketimebook.com

ก่อนอื่นเลยหนังสือเล่มนี้ถ้าเราลองดูชื่อคนเขียนก็คือ Jake กับ John สองบุคคลในวงการไอทีที่สร้างกิจกรรม Design Sprint ขึ้นมา ซึ่งกิจกรรมนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในไทยครับ ถ้าเอาแบบคร่าว ๆ เลย นั่นก็คือ Design Sprint มันเป็น Framework ของการทำงานที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เราสามารถทดสอบ Product ที่เราออกแบบมาได้กับลูกค้าจริง ๆ ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 5 วันเท่านั้น ด้วยงานเขียนจากเล่มก่อนที่สามารถอ่านเข้าใจได้ไม่ยากและมัน Practical มาก ทำให้คนอ่านนั้นสามารถหยิบนำมาใช้ทดลองได้เลย นั่นก็เลยเป็นเหตุผลนึงที่ทำให้หนังสือ Make Time เป็นหนังสืออีกเล่มนึงที่หลายคนเลือกอ่านกันในปีนี้ครับ

Make Time คืออะไร?

Make Time เป็นเสมือน Framework ของการทำงานในแต่ละวันของเราครับ มันไม่ใช่การที่จะมาช่วยคุณรีด Productivity ให้ได้ซุปเปอร์แมนที่จะทำงานมัน 6 วันต่อสัปดาห์ และ ไม่ใช่เครื่องมือที่มาช่วยเราลดเวลาในการทำสิ่งต่าง ๆ ให้เราได้ทำหลายเรื่อง แต่มันตรงไปตรงมาเลยนั่นก็คือเครื่องมือที่พยายามทำให้เวลาของเราในแต่ละวันมันมี คุณค่า มากยิ่งขึ้นครับ

https://maketimebook.com/how-it-works/

Framework นี้ถูกออกแบบมาอย่างดีเลยครับมันผ่านประสบการณ์การทดลองทำงานในรูปแบบต่าง ๆ ของผู้เขียนทั้งสองคน รวมทั้งการนำเอาสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการจัดกิจกรรม Design Sprint ที่พวกเค้าเป็นคนออกแบบและจัดกิจกรรม (ถ้าใครเคยร่วมกิจกรรมนี้ บอกเลยว่ามันคือกิจกรรมที่เหนื่อยสุด ๆ ตลอดทั้ง 5 วัน เพราะ มันถูกออกแบบมาให้รีดความสามารถของทุกคนในกิจกรรมนี้ออกมาให้หมด) เรียกว่ากว่าจะออกมาเป็น Framework นี้ ผู้เขียนทั้งสองต้องศึกษาศาสตร์หลายแขนงเลยเพื่อให้มันเป็นวิธีการทำงานที่จะทำให้เรามีความสุขมากที่สุด

องค์ประกอบของ Framework

  1. Highlight คือการที่เราต้องมองหาให้ได้ว่า “อะไรคือสิ่งที่จะเป็นสิ่งที่เจ๋งที่สุดของวันนี้” คุณต้องมั่นใจให้ได้ว่าสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่เราสามารถเอาไปโม้ได้กับคนอื่น ๆ ว่าฉันได้ทำสิ่งเหล่านี้มาในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปกติทั่วไปของการทำงานเรามักจะแทบจำไม่ได้เลยว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาของเรามันมีเรื่องไหนเจ๋ง ๆ ในการทำงานบ้าง ลองมองหาดูครับ แล้วเราจะได้สนุกกับตลอดวันทำงานของเราได้
  2. Laser เปรียบเสมือนลำแสงที่จะช่วยทำให้กิจกรรมที่เป็น Highlight ของเรามันไม่ถูกทำลายจากสิ่งที่มารบกวนต่าง ๆ อาทิ เพื่อนร่วมงานของคุณที่จะเข้ามาขอความช่วยเหลือ, Email, งานแทรก, การประชุม และ ที่สำคัญคือมือถือของคุณเองเนื่องจากในโลกปัจจุบันคุณจะพบว่าหลายสิ่งหลายอย่างมันเรียกร้องคุณอย่างมาก มันไม่ใช่เรื่องที่ยากเลยที่เราจะแค่หลงเข้าไปกดเล่น Facebook เพื่อดู Notification ใหม่แล้วพบว่าเวลาที่ผ่านไปไม่ใช่แค่ 5 นาที แต่เป็น 2–3 ชั่วโมง!!
  3. Energize คนเรามันก็เสมือนเครื่องจักร ต้องมีการซ่อมบำรุง ต้องมีการพักผ่อนบ้าง ดังนั้นหัวข้อนี้จะเสมือนการฝึกจิตใจให้สงบ, การเข้านอนอย่างเป็นเวลาปราศจากสิ่งที่มารบกวนเรา, การตื่นเช้าเป็นเวลาเพื่อทำสิ่งอื่นได้เพิ่มขึ้น ไปจนถึงการออกลังกาย และ วิธีอีกมากมายที่จะช่วยเราเติมพลังกลับมาได้ จากการทำงาน
  4. Reflect คือกระบวนการสุดท้ายในแต่ละวันที่เราต้องมาทบทวน ย้อนดูว่าสิ่งที่เราทดลองทำหรือเลือกเครื่องมือไปใช้มันตอบโจทย์กับเราตอนนี้ไหม เพื่อที่เราจะได้ทดลองสิ่งใหม่ ๆ ในวันถัดไปเพื่อเรียนรู้ต่อไป

จาก 4 ข้อด้านบนคือ Framework หลักของการใช้ชีวิตในแต่ละวันของเราครับ โดยในหนังสือจะมีการมอบเครื่องมือ (Tactic) ในแต่ละหัวข้อ เพื่อให้เราทดลองหยิบมาผสมกันในแต่ละวัน ให้ลองดูลิงค์ด้านล่างครับ จะมี Tactic มากมายให้เลือกใช้ นึกภาพการสร้างเมนูอาหารที่เราสามารถหยิบมา Mix & Match ได้ แล้วทดลองเพื่อหาสูตรที่กลมกล่อมของเราเอง

Make Time by Jake Knapp and John Zeratsky - Tactics
A list of all the tactics in the book, plus some bonus tactics from Jake and JZ and readers.
maketimebook.com

สิ่งที่ผมทดลองแล้วชอบ…

  • Highlight
    มันทำให้เราได้สนุกในการทำงานมากขึ้นจริง ๆ ครับ ผมเริ่มตั้งเป้าว่าในสัปดาห์จะทำอะไรบ้างที่เป็น Highlight ประจำสัปดาห์นี้ จากนั้นก็แบ่งออกมาเป็นรายวันว่าควรมีอะไรบ้างที่ทำแล้วจะส่งผลให้ Highlight ของเรามันสำเร็จได้ ช่วงเดือนที่ผ่านมาผมพบว่าตัวเองรู้สึกมีพลังอย่างบอกไม่ถูก เพราะ เราได้ทำสิ่งที่มันเจ๋ง ๆ ออกมาได้ในเวลาไม่นาน และ เราก็จดจำได้ด้วยว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้ทำอะไรออกมาบ้าง ซึ่งอันนี้ก็ต้องทดลองทำต่อครับว่าจะสนุกแบบนี้ได้นานแค่ไหน
  • Laser
    มีสิ่งที่ผมได้ทดลองแล้วชอบมาก ๆ คือการที่เอาตัวเองออกจาก Infinity pool นึกภาพก็คือพวก App หรือ สื่อต่าง ๆ ที่จะทำให้เราต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงไปกับมัน อย่างเมื่อก่อนผมมีปัญหามากในการใช้งาน Facebook ครับ เพราะ หลายครั้งก่อนนอนผมจะนั่งไล่ดูนู่นนั่นนี่ไปเรื่อย บ่อยครั้งเลยผมนอนดึกเพราะไปสนใจเรื่องไม่เป็นเรื่องที่พวกเพื่อน ๆ แชร์กัน คือแอพพวกนี้ทำให้เราติดหล่มส่งผลทำให้เวลาของเราหายไป 2–3 ชั่วโมงต่อวันโดยไม่รู้ตัว
  • Energize ผมเริ่มทดลองโดยตั้งเวลาให้กับการนอนของตัวเองที่ชัดเจน จะพยายามไม่นอนดึกบางวัน พยายามทำให้ห้องนอนของเรามืดที่สุด อีกวีธีที่ผมทดลองช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาคือการตั้งค่าให้หลอดไฟในห้องนอนของเรามันค่อยลดความสว่างลงเรื่อย ๆ ซึ่งการทำแบบนี้มันทำให้เรารู้สึกเตือนตัวเองได้ว่าเวลานี้ควรต้องเตรียมตัวนอนได้แล้ว ซึ่งช่วงเดือนก่อนที่ผ่านมาผมมีปัญหาการนอนไม่หลับครับ มันอาจจะมาจากตัวงานก็ส่วนนึง แต่ผมก็คาดว่าน่าจะมาจากการที่บางวันเราเลือกที่จะทำนี่ทำนั่นจนดึกแล้วนอนไม่เป็นเวลาทำให้บางวันพอเราอยากนอนเร็วสมองของเราก็มัวคิดนั่นคิดนี่จนการนอนหลับไม่ค่อยมีคุณภาพ ซึ่งเรื่องการนอนก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการเติมพลังเลยครับ
  • Reflect โดยส่วนตัวแล้วผมก็ทำการ Reflect เรื่อย ๆ อยู่แล้วครับ แต่ไม่ใช่ทุกวันแบบที่หนังสือแนะนำ ดังนั้นในตอนนี้ผมเลยทดลองใช้วิธีตรวจสอบว่า Highlight ของแต่ละวันมันตรงกับสิ่งที่เราคาดหวังไว้ไหม ซึ่งการทำแบบนี้ก็ทำให้เราสามารถวางแผนได้ครับว่าในอาทิตย์ถัดไปเราต้องการทำอะไร หรือ ในเดือนถัด ๆ ไปอะไรคือส่ิงที่เราสนใจอยากทำให้สำเร็จ ตรงนี้ผมก็ใช้วิธีคือการแชร์ให้กับพี่ ๆ ในทีมของเรา เพื่อเช็คด้วยว่าเป้าหมายที่เราอยากทำเนี่ยมันตรงกันกับคนอื่นหรือเปล่า

App ต่าง ๆ บนมือถือนี้ล่ะตัวร้าย (ถ้าเราไม่รู้จักใช้มัน มันจะครอบงำเราแน่ ๆ)

ที่นี้ถ้าใครอยากรู้ว่าแอพพวกนี้มันน่ากลัวแค่ไหนให้ลองอ่านเรื่อง Hooked เพิ่มเติมครับ มันคือหลักการออกแบบแอพให้คนติดหนึบไม่อยากไปจากมัน น่ากลัวมาก ๆ ถ้าเราหลงไปอยู่ในโลกที่เค้าวางไว้ (ผมยังอ่านไม่จบครับไว้อ่านจบและสามารถทดลองใช้ได้จะมาแชร์ต่อไปครับ)

Hooked
Hooked: How to Build Habit-Forming Products by Nir Eyal
hookmodel.com

ดังนั้นสิ่งที่ผมทำ คือเริ่มทดลองลบแอพ Facebook ออกไปจากเครื่องมือถือ, ปิด Notification message และ แอพต่าง ๆ พยายามให้หน้าจอแรกของมือถือไม่มีแอพทุกอย่าง จากการทดลองก็ทำให้เราได้เวลากลับคืนมาเยอะเลยครับ ผมมีเวลาไปอ่านหนังสือ สามารถศึกษาเรื่องต่าง ๆ ที่เมื่อก่อนผมเองอ้างว่าไม่มีเวลา ได้มีโอกาสทดลองทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำหลายอย่างเลย เอาจริง ๆ มันก็เหมือนการบำบัดเลยก็ว่าได้ที่ในช่วงแรกเราจะรู้สึกแบบเคว้งคว้างมาก ทีนี้มีเครื่องมืออีกอันที่ผมอยากแนะนำให้ทุกคนลองเข้าไปดู (iOS เท่านั้น ผมไม่ชัวร์ว่า Android มีไหม) มันมีโปรแกรมสำหรับช่วยให้เรา Monitor ได้ครับว่าเราใช้เวลากับกิจกรรมไหนบ้างในมือถือของเราเอง อีกทั้งยัง Limit ได้ว่าเราจะใช้เวลากับแอพต่าง ๆ เท่าไรบ้างในแต่ละวัน เป็นเครื่องมือที่ดีมากที่ทำให้เราวัดผลและตรวจสอบได้ว่าเรายังหมดเวลาไปกับอะไรในแต่ละวันบ้าง

How to use Apple's new Screen Time and App Limits features in iOS 12
Screen Time is easily one of the most significant new additions to iOS 12. This new section of the settings menu offers…
theverge.com

สรุป

มันเหมาะมาก ๆ กับคนที่อยากเติมพลังให้แต่ละวันกับตัวเอง ผมยอมรับว่าช่วงปลายปีที่ผ่านมาผมก็หมดพลังไปพอสมควร แต่พอได้อ่านและทดลองสิ่งต่าง ๆ จากหนังสือเล่มนี้มันช่วยเติมพลังในการทำงานอย่างมากครับ ดังนั้นผมจึงอยากให้ทุกคนที่ได้อ่านถึงตรงนี้ลองอ่านหนังสือเล่มนี้และทดลองทำครับ คุณจะได้สนุกกับชีวิตการทำงานได้แบบผม

ถ้ายังติดสินใจอ่านไม่อ่านดี ลองดูจากคลิปด้านล่างของ Gucode ครับ ค่อนข้างเล่าเนื้อหาค่อนข้างครบ ถ้าอยากเก็บรายละเอียดเพิ่มเติมค่อยกลับไปหามาอ่านได้ครับ

 
Share this