เอนหลังหนังสือ : ราตรีมหัศจรรย์ After Dark

หนังสือเล่มนี้เขียนจากนักเขียนญี่ปุ่นชื่อดังนั่นก็คือ Haruki Murakami เอาจริง ผมไม่เคยอ่านหนังสือของแกเลยครับ แต่ได้มีโอกาสดูหนังที่นำเอามาทำจากเรื่องสั้นของแกเรื่องล่าสุดนั่นคือเรื่อง Burning 

หนังเรื่อง Burning บอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครหลัก 3 ตัว เรื่องราวมันดูเรียลไปหมด เดินเรื่องไปอย่างราบเรียบแต่มันก็มีความลึกลับชวนให้เราติดตามได้ตลอดเรื่อง แต่วันนี้ผมก็คงไม่ได้มาเล่าเรื่องนี้ให้ฟังครับ ผมจะมาแชร์ว่าจากการที่อ่านหนังสือเรื่อง ราตรีมหัศจรรย์ After Dark นั้นมันเป็นอย่างไรกันบ้าง เพราะ หนังสือเล่มนี้คือนิยายเล่มที่สองที่ผมอ่านในรอบปีครับ

เรื่องราวของหนังสือเล่มนี้บอกเล่าผ่านตัวละครไม่กี่ตัว นั่นก็คือ มาริ สาวน้อยที่นั่งอ่านหนังสือคนเดียวที่ร้านจนดึกดื่น จนได้มีโอกาสพบกันกับ ทากาฮาชิ หนุ่มนักดนตรีเข้าโดยบังเอิญ ซึ่งการพบกันครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกของทั้งคู่ แต่พวกเค้าเคยพบกันแล้วในงานนัดเดทซึ่งชายหนุ่มคนนี้มีความหลงไหลในตัวของ เอริ นางแบบสาวสวยที่เป็นพี่สาวของ มาริ อย่างมาก

เราจะได้สัมผัสเรื่องราวของแต่ละตัวละครผ่านเวลายามค่ำคืน ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ไปจนถึงในช่วงย่ำรุ่ง เหมาะกับการอ่านก่อนนอนอย่างยิ่ง ซึ่งมันเสริมให้เราสามารถเข้าถึงอารมณ์ในช่วงเวลานั้น ขณะที่หลายคนกำลังหลับไหลอยู่ แต่กลับมีหลากหลาย ชีวิตดำเนินอยู่ ทำให้เกิดเหตุการณ์มากมายที่เราไม่เคยได้เห็นและสัมผัส

ซึ่งเรื่องนี้ผู้เขียนสามารถเล่าเรื่องที่สุดแสนธรรมดาของตัวละครแต่ละคน ให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น ผ่านเรื่องราวจากการสนทนา และ การบอกเล่าเรื่องราวของตัวละครเอง ทุกตัวละครในหนังสือมันดูเหมือนคนจริง ๆ มีปมหลังจากการตัดสินใจประกอบตลอดเนื้อเรื่อง ซึ่งนี่คงเป็นจุดเด่นนึงที่ผู้เขียนท่านนี้สามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างดูไม่ยัดเยียด มีจังหวะจะโคนในการพาเราได้สัมผัสเรื่องราวต่าง ๆ อย่างไม่กระอักกระอ่วน


จุดเด่นนอกจากโครงเรื่องก็คงเป็นเทคนิคการเล่าเรื่องที่มีมากมายหลากหลายเทคนิค อาทิ การอธิบายสิ่งต่าง ๆ อย่างละเอียดละออ เสมือนการชมภาพยนตร์มีการบอกตำแหน่งของตัวคนอ่าน เสมือนว่าเราคือกล้องวีดีโอที่กำลังเดินหน้าถ่ายภาพยนตร์ฉากนี้อยู่ตามที่ผู้เขียนอยากบอกเล่ากับผู้อ่าน ผมเลยมองว่ามันทำให้เสมือนกับเราได้หลุดเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ตรงหน้าจริง ๆ

สิ่งหนึ่งที่ผมชอบคือ บรรยากาศของเรื่องนี้ มันดูไม่น่าไว้ใจไปเสียหมด ความสนุกอีกจุดคือการลองเดาใจตัวละครแต่ละตัวว่าจะตัดสินใจอย่างไร บ่อยครั้งที่เราตีความเองไปผิดทางเลยก็มี ซึ่งตรงนี้ผู้เขียนมีจังหวะที่หลอกล่อได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้เราโดนสับขาหลอกในหลายจุด หากคุณเป็นคนชอบการเดาเนื้อเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไปแบบผมเอง รับรองได้เลยครับว่าคุณจะรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าเรื่อย ๆ จากผู้เขียน บางเรื่องเดาว่ามันต้องไปถึงจุดนี้แน่ แต่พอไปถึงจริงกลับไม่ใช่ ฮ่า ๆ

หนังสือเล่มนี้สำหรับผมเองก็นิยามไม่ถูกน่ะว่าแนวไหน เนื่องจากตนเองก็ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือนิยายมากครับ แต่ที่แน่ ๆ มันมีความดาร์กพอตัวเลย มันมองโลกอย่างที่มันควรเป็น มีจังหวะของความเรียบง่ายที่เราจะเจอได้ในชีวิตทั่วไป ความรู้สึกการอ่านจึงไม่เหมือนนิยายเลย มันเหมือนการได้ดูสารคดีที่เป็นเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้จริง ๆ ซักที่ในโลก

ผมต้องออกตัวก่อนเลยว่าผมไม่ใช่คอหนังสือนิยาย แต่ผมชอบดูภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องแบบนี้ (นึกไม่ออกให้ดูผลงานของคุณ เต๋อ นวพล หลาย ๆ เรื่องของแกมีความหว่องแปลก ๆ) ดังนั้นหนังสือแนวนี้ก็ไม่ได้เหมาะกับคนอ่านทุกคนแน่นอน ให้ลองหามาอ่านดูครับเล่มนี้ ผมว่าค่อนข้างอ่านง่าย และผมก็ได้สนุกในความไหลลื่นของเนื้อเรื่อง แม้มันจะมีบางช่วงที่ดูเหนือจริงแต่ผู้เขียนก็สามารถเอาตัวรอด ตบเนื้อเรื่องกลับมาให้เข้ารูปเข้ารอยได้ ไม่มีการหลุดหรือหลงจากประเด็นหลักไป สำหรับผมแล้ว ผมก็เลยอยากแนะนำให้ลองหามาอ่านกันดูครับ นอกจากความสนุกเพลิดเพลินไปกับเนื้อหาแล้ว เราก็ยังได้ปรัชญาการใช้ชีวิตหลายเรื่องที่ผู้เขียนได้สอดแทรกไว้ตามเนื้อเรื่องอย่างแนบเนียน

Please follow and like us:

Comments