เอนหลังหนังสือ : ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ

หนังสือนิยายเล่มนี้กำลังขึ้นเป็น Best seller ในตอนนี้เลยครับ ผมก็ได้มีโอกาสอ่านเล่มนี้เลยอยากลองสรุปสิ่งที่ผมมองว่าหนังสือเล่มนี้น่าสนใจอย่างไร ส่วนเนื้อหาสำคัญผมก็คงไม่เอามาเล่าให้ฟังน่ะครับมันจะเป็นการสปอยไปเปล่า ๆ

ผู้เขียนเล่มนี้คือคุณ Higashino Keigo ซึ่งถ้าเราลองย้อนไปดูผลงานของผู้เขียนท่านนี้น่ะครับ จะพบว่ามีผลงานด้านการเขียนนิยายแนวละทึกขวัญ และ ลึกลับออกมาหลายเรื่องแล้ว สำหรับผมก็ยังไม่เคยได้มีโอกาสอ่านผลงานเล่มอื่น ๆ ของนักเขียนท่านนี้ครับ เลยไม่ชัวร์เหมือนกันว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่สำหรับเล่มนี้นั้นจะมีกลิ่นอายของความลึกลับอยู่ไปทั่วทั้งเล่ม ถ้าตัดเรื่องราวของปาฏิหารย์ในร้านชำก็เรียกได้ว่าทุกเรื่องจะออกไปทางดราม่าซ่ะด้วยซ้ำครับ

เรื่องราวเปิดมาด้วยการที่โจรทั้ง 3 คนได้ก่อคดีขโมยรถมาก่อนหน้า แต่เคราะห์ซ้ำรถที่ขโมยดันเสีย ทำให้พวกเค้าต้องพยายามหาที่พักเพื่อกบดานก่อนชั่วคราวเพื่อหวังกันว่าจะหาที่หลบก่อนจนกว่าจะเช้าแล้วแฝงตัวออกไปกับคนทำงาน ซึ่งโชคดีก็มาถึงเมื่อพวกเค้าได้มาเจอเข้ากับบ้านร้างหลังนึง ซึ่งมารู้ภายหลังว่าบ้านหลังนี้เคยเป็นร้านชำมาก่อน บ้านที่ว่านี้ก็คือร้านชำนามิยะนั่นเอง พวกเค้าได้พบเรื่องราวแสนแปลกประหลาดมากมายจากบ้านหลังนี้ ซึ่งเรื่องแปลกแรกเกิดขึ้นหลังจากพวกเค้าเข้ามาพักได้ไม่นานนั่นก็คือพวกเค้าได้รับจดหมายปริศนาหนึ่งฉบับหย่อนเข้ามาในบ้าน โดยหาตัวคนที่นำเอาจดหมายมาหยอดไว้ มันน่าแปลกที่บ้านที่ดูร้างนี้กลับมีจดหมายนิรนามถูกส่งในช่วงกลางดึก พวกเค้าจึงจัดการตรวจสอบเนื้อหาของจดหมายและพบว่าในเนื้อหาของจดหมายนี้บอกเล่าเรื่องราวปัญหาของผู้เขียนที่ต้องการรับคำแนะนำจากเจ้าของร้านชำนั่นก็คือคุณ​นามิยะ พวกเค้ามองกันว่าบ้านก็ถูกทิ้งร้างไว้นานแล้ว คุณนามิยะผู้ที่ต้องตอบจดหมายฉบับนี้ก็คงไม่น่าอยู่ตอบคำถามได้แล้ว พวกเค้าก็เลยถือวิสาสะตอบจดหมายกลับไปยังผู้ส่งนิรนาม… นี่คือเนื้อหาแค่บทเปิด ที่ยังมีความลึกลับซ่อนอยู่อีกมากมายจากเรื่องราวของตัวละครต่าง ๆ ที่อยู่ในเรื่องนี้


ในส่วนของความสนุกเรื่องนี้นั้นคือการที่ผู้เขียนเลือกใช้เทคนิคของการเล่าเรื่องที่น่าสนใจครับ นั่นก็คือ วิธีการเล่าเรื่องเน้นไปที่มุมมองของแต่ละบุคคล ผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ จากนั้นค่อยนำเอามาประกอบกันเป็นเรื่องราวเดียวกัน โดยช่วงเวลาของเรื่องราวที่บอกเล่าก็ถูกถ่ายทอดออกมาไม่เป็นเส้นตรง กล่าวคือ มีการเล่าเรื่อง ของอดีต ปัจจุบัน และ อนาคต ขนานสลับกันไป ถ้านึกไม่ออกผมก็จะยกตัวอย่างเป็นซีรีย์ชื่อดังเรื่อง LOST ที่จะเล่าเรื่องราวแบบเดียวกัน (flashback และ flashforward) กับหนังสือเล่มนี้เลยครับ ดังนั้นใครคอหนังแนวลึกลับที่มีการเล่าเรื่องแบบไม่ปกติก็น่าจะสนุกได้แบบผมครับ

ความสนุกของการอ่านเรื่องนี้ก็คือการที่เราต้องปะติดปะต่อเรื่องราวเอาเอง มันเหมือนกับการเล่นจิ๊กซอที่ผู้เขียนค่อยปล่อยออกมาทีละชิ้น ซึ่งผมมองว่าคนอ่านสามารถเข้าใจได้ไม่ยากนัก เนื่องจากผู้เขียนจะมีการบอกใบ้ และ เฉลยเรื่องราวโดยละเอียดตลอดของเรื่อง ต่อให้คุณลืมเนื้อหาในส่วนนี้ไปแล้วแต่ก็ยังสนุกกับมันต่อไปได้จากรูปแบบการเล่าเรื่องแบบนี้ แต่สิ่งนี้ก็เหมือนเป็นจุดเสียของหนังสือเล่มนี้ครับ บางครั้งผู้เขียนเฉลยปมละเอียดเกินไป ทำให้จินตนาการของเรามันไปไม่สุด ฮ่า ๆ ผมชอบดูเรื่อง LOST หลายปมไหนซีรีย์เรื่องนั้นไม่ถูกเฉลยครับ แถมยังพาไปสู่ปมใหม่อีก ซึ่งถ้าเป็นแนวนี้จะทำให้เราสนุกกับการได้ใช้จินตนาการทำให้เรื่องราวโลดแล่นต่อไปเองได้ บางเรื่องของเนื้อหาก็มันอธิบายไม่ได้ด้วยหลักการอะไรเลย แต่ให้ลองวางไว้ แล้วสนุกไปกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่ตัวละครได้พบเจอซึ่งทุกตัวละครมีรายละเอียดปลีกย่อยในแบบที่มีเหตุมีผลรองรับ ผู้เขียนได้มีการหยิบเอาส่ิงของ และ เหตุการณ์สำคัญในอดีตหยิบมาใช้เพื่อเพิ่มความน่าสนใจของแก่นเรื่องได้อย่างลงตัว เราจะไม่รู้สึกเลยว่าทำไมผู้เขียนต้องเสียเวลาเล่าเรื่องที่ดูจะไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลัก เพราะ ทุกการสอดแทรกมันทำให้มิติของตัวละครชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก


สรุปครับ ถ้าใครชอบอ่านการ์ตูนเรื่อง 20th century boys ชอบการดูเรื่องราวที่ต้องปะติดปะต่อกันเอง และ ชอบเทคนิคการเล่าเรื่องที่คู่ขนานกันไปจากผลของเหตุการณ์เดียวกันแบบซีรีย์เรื่อง LOST ก็จะสนุกอย่างแน่นอน มุมมองของผมเองมองว่าแก่นหลักของเรื่องไม่ได้มีปมที่ประทับใจอะไรมากนัก แต่รูปแบบการเล่าเรื่องที่แยบยบของผู้เขียนต่างหากที่เป็นตัวสำคัญที่ทำให้หนังสือเล่มนี้สามารถประสบความสำเร็จได้ ซึ่งถ้าใครไม่ชอบแนวนี้ที่ต้องคิดต่อยอดเอง หนังสือเล่มนี้ก็ไม่ได้อ่านยากนัก ให้ลองเปิดใจอ่านดูซักบทครับ เนื่องจากผู้เขียนไม่ได้ทิ้งคนอ่านที่ไม่ได้ถูกชะตากับการเล่าเรื่องลักษณะนี้ ผู้เขียนพยายามเฉลยปมออกมาอย่างละเอียดโดยมีการอธิบายที่มาที่ไปชัดเจนครับ

หนังสือว่าด้วยเรื่องธรรมดา ให้ดูลึกลับ สนุกตื้นเต้น ไม่ต้องตีความเยอะ

Please follow and like us:

Comments